วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Coca-Cola Commercial 2013


Coca-Cola Commercial 2012


Coca-Cola Commercial 2011


Coca-Cola Commercial 2010


Coca-Cola Commercial 2009


Coca-Cola First Commercial


วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

คู่แข่ง ของ Coca-Cola

อุตสาหกรรมน้ำอัดลม

โครงสร้างของอุตสาหกรรมน้ำอัดลมในประเทศไทยแบ่งออกเป็นค่ายใหญ่ๆ ได้ 2 ค่าย คือ “โค้ก” และ เป๊ปซี่” โดยมีบริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โคคา-โคลา และมีบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ “เป๊ปซี่” นอกจากนี้ ยังมีบริษัท กรีนสปอต (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไบเล่ย์ จำกัด และบริษัทย่อยๆ อีก 2-3 รายที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้


ประเภทของน้ำอัดลม

หากแบ่งน้ำอัดลมออกเป็นสายการผลิต จะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. น้ำดำ หมายถึง น้ำอัดลมชนิดโคล่า

2. น้ำสี หมายถึง น้ำอัดลมที่มีการผสมน้ำหวาน และแต่งสีเป็นหลาย ๆ
แบบ เช่น น้ำแดง น้ำเขียว น้ำส้ม ซึ่งน้ำอัดลมประเภทน้ำสียัง
แบ่งออกอีกเป็น ชนิดอัดแก๊ส กับชนิดที่ไม่อัดแก๊ส

3. เลมอน – ไลม์ หมายถึง น้ำอัดลมที่มีสีขาว ได้แก่ สไปรท์
และเซเว่น – อัพ

สภาพตลาดน้ำอัดลมในประเทศไทย

จากการสำรวจในปี พ.ศ.2549 พบว่า ในอุตสาหกรรมน้ำอัดลม มีผู้ผลิตทั้งสิ้น 9 ราย แต่มีผู้ประกอบการรายใหญ่อยู่เพียงแค่ 2 รายเท่านั้น คือ
- บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด(มหาชน) ผลิตน้ำอัดลมโดยใช้เครื่องหมายการค้า โคคา –
โคลา แฟนต้า และสไปร์ท
-บริษัท เสริมสุข จำกัด(มหาชน) ซึ่งใช้เครื่องหมายการค้า เป็ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ และ
เมาเทนดิว
- อุตสาหกรรมน้ำอัดลมมีลักษณะเป็นตลาดผู้ขายน้อยราย ( Oligopoly ) แม้จะไม่มีการ กีดกัน หรือจำกัดโควตาจากภาครัฐในการเข้าตลาด แต่ด้วยเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องลงทุนสูง จึงไม่ค่อยมีผู้ประกอบรายใหม่ที่เข้ามาในตลาด
- สินค้าในตลาดสามารถทดแทนกันได้ในสายตาของผู้บริโภค
-ผู้ประกอบการจึงต้องสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง ด้วยการผลิตสินค้า
ตัวใหม่ออกสู่ตลาดอยู่เสมอ เพื่อครองส่วนแบ่งการตลาด
-ทั้งนี้ ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัท เสริมสุข(มหาชน) จำกัด อยู่ที่ 49.8 %
-ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด (มหาชน) อยู่ที่ 47.1 % จากตลาดรวม มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท

คู่แข่งทางตรง ( Direct Competitors)

Product
Coke ไม่ได้โฟกัสในธุรกิจกลุ่มน้ำอัดลม(Carbonate) อย่างจริงจัง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะตลาดน้ำอัดลมมีอัตราการขยายตัวเพียงเล็กน้อย คือประมาณ 1-3% หากสินค้าตัวไหนที่มีโอกาสเติบโตในตลาด ค่ายโคคา-โคล่า ก็จะลงไปเล่นในตลาดนั้นทันที โค้กจึงยังคงอยู่บนปรัชญาความคลาสสิกแห่งโค้ก

Coke มีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง แตก Product Line ทำให้เกิด รสชาติใหม่ขึ้นเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ และพัฒนา Package แบบต่างๆมากขึ้น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ สะดวกต่อการขนส่งและเก็บรักษา

เน้นการทำ Marketing ที่รู้จักและรู้ใจผู้บริโภค ผลักดันให้เป๊ปซี่ติดตำแหน่งผู้นำตลาดน้ำอัดลมยาวนานกว่า 5 ปี มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่เป๊ปซี่ชนะโค้ก และยังเป็นประเทศเดียวที่ผู้บรรจุขวดได้รับรางวัล Bottler of the year สองปีซ้อนจากบริษัทเป๊ปซี่-โคล่า อินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มเป๊ปซี่ยอดเยี่ยมประจำภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก
Pepsi มีการพัฒนาสินค้า แตก Product Line
รสชาติใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐาน
กลุ่มลูกค้า และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความทันสมัย
ต่อคนรุ่นใหม่
Pepsi ได้เปลี่ยนโลโก้ และPackage ของสินค้าอย่าง
ต่อเนื่อง
ด้านกระแสสุขภาพ
เป๊บซี่ส่ง เป๊ปซี่ แมกซ์ เข้ามาตั้งแต่ปี2545 แต่กระแสตอบรับเวลานั้นน้อยมาก เพราะผู้บริโภคชาวไทยสมัยนั้นยังไม่ใส่ใจกับกระแสสุขภาพแต่ปัจจุบันเป๊ปซี่ แมกซ์ ได้กลับมาอีกครั้ง
จากนั้นอีกไม่ถึงปี โค้กก็ส่ง “โค้ก ซีโร่” เข้ามาประชันในตลาดนี้ด้วย ด้านหนึ่งดูเหมือนจะฟาดฟันกัน แต่อีกด้านหนึ่งคือการร่วมมือกันผลักดัน ผลิตภัณฑ์ เพื่อรับกระแสสุขภาพที่มาแรงและชัดเจนขึ้นทุกขณะ

Price

  • การกำหนดราคาในอุตสาหกรรมน้ำอัดลม จะกำหนดโดยผู้นำตลาด ที่มีอำนาจตลาดจากการครองส่วนแบ่งตลาดร่วมกันสูงสุด (Dominant Firm)
  • และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านราคา ผู้ผลิตขนาดกลางและรายย่อยจึงยอมให้ผู้ผลิตขนาดใหญ่เป็นผู้นำราคา
  • ดังนั้นลักษณะการตั้งราคาน้ำอัดลมจึงเป็นแบบ Uniform pricing ตั้งราคาเดียวกันสำหรับปริมาณเดียวกันทุกราย
  • น้ำอัดลมเป็นสินค้า ที่สามารถใช้ทดแทนกันได้(Substitute)หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาแม้เพียงนิด เดียวก็จะส่งผลให้ปริมาณการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
น้ำอัดลมทุกยี่ห้อมีราคาจำหน่ายปลีกที่เท่ากัน ดังนี้




















Place
สรุป ช่องทางการจัดจำหน่ายในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มน้ำอัดลม

Promotion
ปัจจุบันตลาดน้ำอัดลมมีการแข่งขันสูงทำให้ผู้ประกอบการต้องมีการปรับตัวอยู่ ตลอดเวลา โดยมีการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นตลาดและจูงใจผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มส่วนครองตลาดควบคู่ไปกับความพยายามรักษาตลาด ผู้ประกอบการจึงต้องรักษาตลาดด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ ให้กับสินค้าอย่างต่อเนื่อง
ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะนำกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไปออกมาใช้

ปฏิบัติการณ์ I CAN และเป๊ปซี่สีเขียว
เป๊ปซี่เปิด แคมเปญเป๊ปซี่ I CAN เต็มที่ให้โลกเห็น ในช่วง มกราคม-มีนาคม พร้อมเปิดตัวเป๊ปซี่กรีน เครื่องดื่มน้ำดำนวัตกรรมใหม่สีเขียว กลิ่นมิ้นต์ครั้งแรกในประเทศไทย

ตอกย้ำ Positioning เดิมของเป๊ปซี่ คือเครื่องดื่มสำหรับวัยรุ่น ที่เข้าใจวัยรุ่นมากที่สุด และถือเป็นการออกมาทำตลาดที่รวดเร็วขึ้นของเป๊ปซี่จากเดิมที่ออกแคมเปญใหม่ ในช่วงมี.ค.- เม.ย. ของทุกปี

ศึกน้ำอัดลมของ โค้กในปีนี้ได้ใช้กลยุทธ์ ทยอยนำแคมเปญที่เคยประสบความสำเร็จกลับมาทำใหม่ เพื่อสร้างความรับรู้ถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น

Coke ปล่อยหมัดสวนแก้เกมเป๊ปซี่ คู่แข่งคนสำคัญ โดยเปิดตัวแคมเปญโค้กเปิดฝา เติมฝัน ภาค 2 ซึ่งเป็นแคมเปญชิงโชคที่เคยประสบความสำเร็จจากมาแล้ว อีกทั้งได้ขยายเวลาแคมเปญ 4 ฝา แลกโค้กขนาด 590 ม.ล. 1 ขวดฟรีซึ่งถือเป็นแคมเปญการตลาดที่ออกตัวเร็วกว่าทุกปีของ
โค้กเช่นกัน

ทั้งคู่ยังได้ปล่อยหมัดย่อยเรียกกำลังซื้อกลับมาฝั่งตนเองให้มากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหนีไม่พ้น กลยุทธ์ชิงโชค
โดยเป๊ปซี่ ได้นำแคมเปญ เป๊ปซี่ รับปั๊บ ขี่ปุ๊บ ชิงโชครถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า มีโอ แซดอาร์ 90 รางวัล ในรายการสาระแนเป็นจุดเรียกความสนใจกับกลุ่มเป้าหมายซึ่งส่วนใหญ่แล้วคือ กลุ่มวัยรุ่น

สำหรับ Coke ได้ตอบโต้โดยการปล่อยหมัดย่อยที่ดูเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วงสงกรานต์โค้กได้นำแคมเปญสาดซ่ากับโค้ก มากระตุ้นยอดขายในกลุ่มวัยรุ่น โดยแคมเปญนี้โค้กได้นำการชิงโชคแพ็คเกจเที่ยวไทยยกแก๊งค์
การแลกสินค้าโค้กซัมเมอร์คอลเล็กชั่นและกิจกรรมคอนเสิร์ต ขวัญใจวัยรุ่นเป็นตัวสร้างกระแสหลัก
พร้อมอุดช่องว่างสร้างยอดขายในตลาดน้ำอัดลมขนาดใหญ่โดยในกลวิธีสะสมฝา1.5 ลิตร และ 500 มิลลิลิตรแลกกระเป๋าโค้กอีกช่องทางหนึ่ง

แคมเปญ "เป๊ปซี่ฟุตบอล 2010" เพื่อสร้างสีสันในการเชียร์ฟุตบอลในช่วงเทศกาลฟุตบอลครั้งยิ่งใหญ่ และสร้างแรงบันดาลใจในกีฬาฟุตบอลให้กับผู้บริโภค ด้วยการจัดกิจกรรม 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่
การเปิดตัวซิงเกิลเพลงและมิวสิกวีดีโอ oh Africa เพลงประจำแคมเปญ
กิจกรรมทำดี เต็มที่เพื่อสังคม
การผสานแอฟริกันเทรนด์กับกีฬาฟุตบอลที่ประกอบด้วย 8 ยอดดาวเตะโลกทีมเป๊ปซี่,
ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่และโปรโมชั่น "ตะลุยแอฟริกากับตอร์เรส"

แคมเปญ "บรื๊ออออ เปิดโค้ก ชีวิตซ่า...สดชื่น" ที่มาพร้อมกับ โปรโมชั่น อาทิ
"ตะลุยบอลโลกยกแก๊งค์กับโค้ก" โดยการมอบโอกาสให้คอโค้กคอบอลร่วมลุ้นโชคไปเชียร์บอลโลกถึงขอบสนาม ณ ประเทศแอฟริกาใต้ พร้อมรางวัลพิเศษอีกมากมายทุกสัปดาห์ รวม 10 สัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

รสชาติต่างๆ ของ Coca-Cola

  • โค้ก
  • ไดเอทโค้ก
    • ไดเอทโค้ก คาเฟอีนฟรี
    • ไดเอทเชอร์รี่โค้ก (1986)
    • ไดเอท วานิลลาโค้ก (2002)
    • ไดเอทโค้ก พลัส (2007)
  • เชอรี่โค้ก - โค้กแต่งกลิ่นเชอร์รี่ (เคยนำมาจำหน่ายในประเทศไทย โดยออกเป็นรสชาติพิเศษเฉพาะกิจ ปัจจุบันยกเลิกการผลิต)
  • วานิลลาโค้ก - โค้กแต่งกลิ่นวานิลลา (เคยนำมาจำหน่ายในประเทศไทย โดยออกเป็นรสชาติพิเศษเฉพาะกิจ ปัจจุบันยกเลิกการผลิต)
  • โค้ก ไลม์ - โค้กแต่งกลิ่นมะนาว
  • โค้ก C2 - โค้กที่ลดปริมาณน้ำตาลครึ่งหนึ่ง
  • โค้ก ซีโร่ - โค้กที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล พื้นของฉลากจะใช้สีดำแทนสีแดง
  • โค้ก แบล็ก - โค้กผสมกาแฟ
  • โค้ก ส้ม - โค้กแต่งกลิ่นส้ม (2007)

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เรื่องเล่า และ ส่วนผสม ของ Coca-Cola

โค้กมีเรื่องเล่าและข่าวลือมากมายกล่าวถึงผลเสียเนื่องจากโค้ก  เรื่องราวต่างๆ ส่วนมากจะเน้นในแนวขำขันและการนำโค้กไปใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ปริมาณกรดในโค้กมีมากเพียงพอที่จะทำลายอวัยวะภายในร่างกาย ในความเป็นจริงค่าความเป็นกรดด่าง หรือ pH ของโค้กมีค่า 2.5 ซึ่งใกล้เคียงกับมะนาว หรือ เลมอน มีค่า pH 2.4 หรือ ส้ม มีค่า pH 3.5 หรือแม้แต่ข่าวลือว่าตำรวจสหรัฐอเมริกาใช้โค้กในการล้างเลือดบนถนนกรณีเกิดเหตุรถชน หรือแม้แต่โค้กสามารถละลายฟันในช่องปากในตอนกลางคืน หรือโค้กใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์โดยใช้โค้กที่ มีฤทธิ์เป็นกรดเทฆ่าอสุจิ ซึ่งข่าวลือต่างๆ เป็นเพียงเรื่องที่สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนาน (ถึงแม้ว่ารายการมิธบัสเตอร์ส ได้มีการทดสอบในการใช้โค้กช่วยในการล้างเลือดที่เปื้อนเสื้อผ้า) ข่าวลือยังมีกล่าวว่าโค้กใช้ในการขจัดคราบเกลือ บริเวณขั้วแบตเตอรีรถยนต์ให้สะอาดได้ ซึ่งโดยปกติแล้วคราบเกลือสามารถกำจัดได้โดยใช้น้ำอุ่นธรรมดาเช่นเดียวกัน

โค้กยังคงมีใช้ในการกำจัดสนิม โดย กรดฟอสโฟริกในโค้กเปลี่ยนออกไซด์ของเหล็กให้เป็นฟอสเฟตซึ่งใช้ในการกำจัดสนิมเหล็กได้
 
 พิพิธภัณฑ์โค้กที่ลาสเวกัส

สำนักงานใหญ่โค้ก ที่แอตแลนตา
 
 
 
ส่วนผสมของโค้ก
ส่วนผสมของโค้กถือเป็นความลับของบริษัทเช่นเดียวกับสูตรผสมของ เป๊ปซี่ เคเอฟซี และ แม็คโดนัลด์ ส่วนผสมของโค้กนั้น มีพนักงานในบริษัทโคคาโคล่าเพียงไม่กี่คนที่รู้และได้มีส่วนร่วมในขั้นตอน การผสม โดยทางบริษัทใช้ชื่อส่วนผสมว่า "7X" โดยไม่ได้มีการกล่าวถึงว่า X หมายถึงอะไร และพนักงานบริษัทจะทำการผสมสูตรต่างๆ ตามหมายเลขของส่วนผสมแทนที่ชื่อของส่วนผสมเพื่อป้องกันสูตรรั่วไหล
ในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 พนักงานบริษัทโค้ก 2 คนและเพื่อนอีก 2 คน โดนจับกุมข้อหาพยายามขโมยสูตรส่วนผสมโค้กและขายให้แก่เป๊ปซี่ในราคา 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
 

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิวัฒนาการของ Coca-Cola

วิวัฒนาการของ Coke
น้ำอัดลมประเภท Cola ได้ถูกคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกขึ้นในปี 1886 เริ่มโดยนักเภสัชศาสตร์ได้ทำการขายเครื่องดื่มโซดาแบบแก้วในร้านขายยา และสูตรเครื่องดื่มนี้ได้เป็นที่นิยม และเติบโตอย่างรวดเร็วภายใต้ชื่อ Coke จนกระทั่ง Coke ได้มีการขายแฟรนไชส์ โดยที่ Coke นั้นได้พยายามที่จะทำให้สินค้ามีอยู่ในทุกที่ ลูกค้าสามารถหาซื้อได้ตามสะดวก รวมทั้ง Coke ก็ได้มีการปรับตัวไปตามสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
ในตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในสหรัฐอเมริกา ช่วงทศวรรษที่ 1990 ตลาด Cola ยังครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 1 คือ 60% - 70% นอกเหนือจาก น้ำมะนาว รูทเบียร์ น้ำส้ม และอื่น ๆ ส่วนประกอบของผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม จะประกอบด้วย 4 ส่วนหลักได้แก่

1. ผู้ผลิตหัวเชื้อน้ำหวาน เป็นผู้ทำหน้าที่นำวัตถุดิบมาผสมกัน (ยกเว้นสารให้ความหวาน) และส่งไปยังผู้บรรจุขวด การลงทุนในสินทรัพย์ของผู้ผลิตไม่มากนัก แต่จะต้องลงทุนสูงในเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การวางแผนการผลิต การทำวิจัยทางการตลาด กิจกรรมทางการตลาดกับผู้บริโภค การทำเครื่องหมายการค้า รวมถึงการพัฒนาความสามารถของผู้บรรจุขวด


2. ผู้บรรจุขวด จะมีสัญญากับทางผู้ผลิตหัวเชื้อน้ำหวานในการทำการเติมสารให้ความหวานและ บรรจุขวด พร้อมทั้งส่งไปยังร้านจำหน่าย เช่น ซุปเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงดูแลการจัดวางสินค้า การโฆษณา ณ จุดขาย การจัด Layout ในการลงทุนของผู้บรรจุขวด ส่วนใหญ่ต้องลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเครื่องจักรมากที่สุด ในเริ่มแรกการทำสัญญากันระหว่างผู้ปลิตหัวเชื้อน้ำหวานและผู้บรรจุขวดจะทำใน ลักษณะแฟรนไชน์


3. ร้านค้า ในปี 2000 ช่องทางการจัดจำหน่ายของน้ำอัดลมในสหรัฐอเมริกาจะผ่านทางร้านอาหาร 35% ผ่านทางที่จำหน่ายน้ำอัดลมแบบกด (Fountain Outlet) 23% ตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติ 14% ร้านสะดวกซื้อ 9% และอื่นๆ อีก 20% ได้แก่ ร้านที่เป็นแบบคลังสินค้าแบบสมาชิกร้านขายยา ต้นทุนมีผลมากจากวิธีการและความถี่ในการส่ง


4. ผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบให้กับหัวเชื้อน้ำหวานและผู้บรรจุขวด วัตถุดิบที่จำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตหัวเชื้อน้ำหวาน ได้แก่ สีคาราเมล กรดฟอสฟอริก กรดผลไม้ สารปรุงรสจากธรรมชาติ และคาเฟอีน ส่วนวัตถุดิบที่จำหน่ายให้แก่ผู้บรรจุขวด ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ประเภท กระป๋อง ขวดพลาสติก ขวดแก้ว และสารให้ความหวาน ประเภทน้ำตาล และฟรุคโตส
Cola Wars Heat Up
ในปี 1980 โค้กได้เปลี่ยนจากการใช้น้ำตาลอ้อยมาเป็นน้ำตาลฟรุคโตส ซึ่งให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลในราคาที่ต่ำ โค้กได้มีความพยายามทำการตลาดให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นโดยการทุ่มเงินลงทุนใน โฆษณาจำนวนสูง และโค้กก็ได้พยายามขยายกิจการไปยังตลาดเครื่องดื่ม non - CSD และต่อมา โค้กก็ได้ขยายแบรนด์ด้วยการออก "Coke Diet" ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสูตรของโค้กกลับไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากตลาด ทำให้โค้กต้องกลับมาใช้สูตรเครื่องดื่มเดิมเป็นผลิตภัณฑ์หลัก

 
Bottler consolidation and spin-off
โค้กเริ่มซื้อกิจการ Bottler มาเป็นของตนเอง และได้ก่อตั้ง Coca Cola Enterprises (CCE) ซึ่งเป็นบริษัท Bottler ที่อยู่ในเครือของ โค้ก เอง ซึ่งการทำแบบนี้เป็นผลดีเพราะสามารถบริการจัดการด้าน Bottler และผลิตสินค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เมื่อมาถึงช่วงปี 2000 นั้น ยอดขายได้ลดลง นั่นทำให้การลงทุนใน Bottler กลายเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า เพราะลงทุนสูง แต่กำไรน้อยลง



Internationalizing the cola war

Coke มองตลาดต่างประเทศมากขึ้นเพื่อการเติบโต ปี1991-2000 ได้บุกตลาด จีน อินเดียยุโรปตะวันตกแต่ตลาดต่างประเทศเหล่านี้ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อ เทียบกับตลาดสหรัฐ ซึ่ง coke มีสัดส่วนทางยุโรปตะวันตก ละตินอเมริกา และ โค้กยังได้ชื่อที่เป็นสากลสำหรับวัฒนธรรมของชาวอเมริกันซึ่ง Concentrate producer ของทั้งโค้กได้ประสบอุปสรรคมากมายในตลาดต่างประเทศทั้งวัฒนธรรมต่างๆ การเมือง กฏระเบียบ การควบคุมราคา การโฆษณา อัตราแลกเปลี่ยน และโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่ง Coke ได้ริเริ่มแนวกลยุทธ์ต่างๆเพื่อการเข้าถึง แต่ในปลายทศวรรษ 90 นั้นตลาดต่างประเทศก็มียอดขายตกต่ำลงเช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ซึ่งก็ทำให้กำไรลดต่ำลง แต่โค้กได้รับผลกระทบมากเพราะมีสัดส่วนตลาดต่างประเทศมากกว่า